Showing posts with label จันทร์ ขนนกยูง. Show all posts
Showing posts with label จันทร์ ขนนกยูง. Show all posts

Thursday, April 21, 2016

พระธัมมชโย โดนเล่นงานเพราะเมตตาคนไม่ยอมล้างส้วม ตอนที่ 2

จากบทความในตอนที่ 1 เราได้เกริ่นนำถึงนิทานที่ได้ยินได้ฟัง เรื่องการให้โอกาสแก่คนที่ไม่ผ่านบทฝึกเรื่องการล้างขัดห้องนำ้ให้สะอาด ซึ่งบทฝึกนี้ที่คุณยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงได้ให้ไว้เพื่อเป็นการลดทิฏฐิมานะ ความถือตัว ความทนงตนต่างๆ จากความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียนและภูมิปัญญาที่คิดว่าตนเหนือกว่าคนอื่นๆ คราวนี้จะได้มาเล่าต่อถึงเหตุการณ์ที่ได้ยินได้ฟังมา


บทฝึกการล้างส้วม ล้างห้องน้ำ เพื่อขัดเกลาจิตใจและลดทิฏฐิมานะ

นิสัยโอหังของคนที่ไม่ยอมล้างส้วม


เรื่องนี้ได้ยินจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง บอกว่า นายคนนี้นี่ตลกค่ะ สมัยบวชอยู่ยังไม่ลาสิกขา เขาเคยบอกว่า

"หลวงพี่จะไม่ยอมสึกไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น การสึก เหมือนคนที่ก้มลงดูดก้อนเขฬะที่ตัวเองบ้วนไว้กลับคืนไป" เขาคงลืมคำพูดนี้ แต่ท่านจำได้ดี  

เขามีนิสัยโอหัง ขาดความเคารพ ขาดความกตัญญูมาตั้งแต่บวช บอกกับท่านว่าเบื่อหลวงพ่อทัตตะ เทศน์แต่มงคลสูตร เขามีความสามารถเชิงความจำ แต่ขาดพิจารณา ขาดปัญญาเป็นอย่างมาก


เขาโกรธมากที่สุดในกรณีหนึ่ง ที่แรกก้าวร้าวก้าวก่ายแต่หลวงพ่อทัตตะ แต่ในที่สุดถึงหลวงพ่อธัมมะเลย ไม่แน่ใจว่าจบPhd หรือไม่ เพราะตอนหลังไม่ค่อยยอมเรียนหนังสือ เข้าไปยุ่งกับวาติกัน มีนิสัยใฝ่สูง ทะเยอทะยานมาก ดูถูกคนทั้งหลายด้วย

การบวชของเขาเป็นไปตามความเห็นของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง แต่ไม่ใช่ความเห็นของคุณยายและของวัดพระธรรมกาย เมื่อท่านยินดีให้เข้ามาเป็นภิกษุในวัด ทุกคนก็ยินดีและให้การต้อนรับ แม้การบวชของเขาจะข้ามสิทธิ์ของคนอื่น โดยเฉพาะอุบาสกที่ฝึกตนมาเพื่อบวช


หลวงพ่อธัมมชโยเมตตาอสรพิษร้าย


เมื่อบวชเข้ามา ทุกคนทราบแต่ว่าจะต้องให้ความร่วมมือ ผู้ใหญ่หลายคนที่ทราบว่าการเรียนหนังสือของเขาต้องใช้เงิน ทุกคนก็ถวายปัจจัยผ่านทางหลวงพ่อธัมมชโย

ถ้าพูดถึง "ความรู้ของเขา" จึงพูดได้ว่า
"มาจากปัจจัยของชาววัดพระธรรมกาย"


มีสาธุชนท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า สมัยตนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 1 เคยร่วมบุญเพื่อการศึกษาต่อปริญญาเอกของนายคนนี้สมัยที่ยังเป็นพระภิกษุ ต้องเสียสละปัจจัยที่มีแค่พอกิน พอใช้อย่างน้อยนิดเพื่อให้เขาได้เรียนจบเพื่อช่วยงานพระศาสนา เมื่อทำบุญแล้วเลยอธิษฐานจิตเสียมากมาย ขอให้ตัวเองได้มีโอกาสไปเรียนสูงๆ บ้าง และในที่สุดเธอก็ได้ทุนมาเรียนต่อที่อังกฤษจนจบปริญญาเอกในที่สุด แต่ก็ไม่นึกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะกลับกลายมาเป็นบุคคลเช่นนี้ 

ซึ่งจุดประสงค์นั้น เราทราบกันดีว่า องค์กรของเรา คือ วัดพระธรรมกาย มีความปรารถนาจะเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่ชาววัดเรียกท่านว่า"หลวงปู่" และแสวงหาบุคคลที่มีการศึกษาพื้นฐานดี เรียนหนังสืออยู่ในเกณฑ์ดี มีพื้นฐานทางภาษาพอใช้ได้ และมี"หัวใจดวงเดียวกัน"กับท่านทั้งสอง พอดีเขาอยู่ในข่ายนี้ และมีความชัดเจน ณ ตอนนั้นว่าจะ" บวชเพื่อทำหน้าที่ศึกษาวิชาที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นทนายแก้ต่างให้และเพื่อเผยแพร่คุณงามความดีของวิชชาให้สะพัดออกไปในกลุ่มชาวตะวันตก"



การล้างส้วมไม่เป็นบ่งบอกอะไร


ในทางตรงข้าม คุณยายจันทร์ ขนนกยูง ผู้เป็นที่เคารพสูงสุดของหลวงพ่อทั้งสอง และของคนทั้งองค์กรกลับไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ด้วยเหตุที่ฟังดูแล้วดูเหมือนจะไร้เหตุผล คือ "คนๆนี้ล้างส้วมไม่เป็น"

แต่การ"ล้างส้วม" ของคุณยายนั้นมีนัยยะที่สำคัญมาก คือ ถ้าบุคคลใดแม้ส้วมที่ตัวเองใช้ยังล้างให้สะอาดไม่ได้ ถือว่า"หมดดี" หรือ "ดีน้อย"

เพราะ ห้องส้วมและห้องน้ำควรจะเป็นที่ๆสะอาดที่สุด เพราะเราเข้าไปเพื่อปลดความสกปรกทั้งหลายทิ้งไปจากตัว หากห้องที่เข้าไปเพื่อความสะอาดยังไม่สะอาด แสดงว่าตัวเองจะต้องสกปรกออกมา ทั้งห้องอาบน้ำและห้องถ่ายทุกข์ หรือ "ส้วม"

เขามีความไม่เข้าใจตรงจุดนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับจบการศึกษาสูงมา
ทำให้มองเห็นงานนี้เป็นสิ่งน่ารังเกียจ เป็นงานที่ไม่สมเกียรติ
เมื่อได้หน้าที่นี้ จึงหาหนทางเลี่ยง โดยการใช้ให้คนอื่นๆหรือน้องๆทำ โดยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ดูเหมือนไม่ว่างอยู่ ติดภาระกิจอื่นที่สำคัญอยู่ เลยไม่ได้ลงมือเองสักที หรือทำเองน้อยเต็มทีซึ่งสิ่งเหล่านี้ รอดสายตาหลวงพ่อทั้งสองไป

แต่สำหรับคุณยาย นี้คือเรื่องใหญ่ที่แสดงถึงหลายๆอย่างในตัวเขา
เพราะคุณยายถือว่า จะเป็นใหญ่เป็นโตต่อไป ต้องทำงานทุกอย่างได้ ต้องไม่เลือกงาน ต้องไม่เลี่ยงงาน และต้องไม่ให้ใครมารับภาระในหน้าที่ของตนหรือไม่ทำตนให้เป็นภาระของใคร และต้องปราศจากเสียซึ่งทิฎฐิมานะ


ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องอื่นๆต่อไป ท่านได้อธิบายความสำคัญของการล้างห้องน้ำ ห้องส้วมสักนิดว่าทรงคุณอย่างยิ่งในการชำระทิฏฐิมานะ เพราะถ้าจะประพฤติธรรม เผยแผ่ธรรม และเป็นกัลยาณมิตร ทิฏฐิต้องมีน้อยมาก เพราะจะต้องไปเผชิญ ไปพบ ไปพูดคุยกับคนต่างฐานะ ต่างศักดินาและต่างฐานันดร ถ้าไม่ลดทิฎฐิตนเองแล้ว จะไม่สามารถเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาได้
และเมื่อมีความถือตนอยู่ ว่าเก่งกว่า ฐานันดรทางการศึกษาและครอบครัวดีกว่า มีฐานะกว่า เช่นนี้ ย่อมไม่สามารถเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาได้


สำหรับเขาถือว่าเป็นเช่นนี้ จีงไม่น่าแปลกในเลยว่า ทำไมถึงใฝ่สูง และคิดอยู่ตลอดเวลาว่า "ตนเหนือกว่าใคร" ตราบใดที่คนประเภทนี้ยังได้รับการยอมรับ(บ้าง) ก็ไม่ค่อยจะสำแดงตัวตนเท่าใด แต่เมื่อได้รับการยอมรับมากๆ ก็มักจะคิดว่าตัวเก่งกว่าใครๆที่แวดล้อมอยู่ 


ครั้นไม่ได้รับการยอมรับก็รับไม่ได้ ก็จะค่อยสำแดงฤทธิ์ออกมาทีละน้อย จนถึงมาก จนไม่สามารถอยู่ในที่นั้นได้ จะพูดก็ได้ว่า เขาอยู่วัดไม่ได้ เพราะ ล้างส้วมไม่เป็น ซึ่งตอนนี้พวกเราส่วนใหญ่มีความเข้าใจความสำคัญตรงนี้ดีอยู่แล้ว


เพราะสำหรับพวกเรา การล้างส้วมเป็นสิ่งแรกที่ต้องหัด ต้องทำ และทำให้ดีให้ได้กันทุกคน ทุกหน้าที่ ทุกระดับฐานะและฐานันดร เพราะ การล้างส้วม คือ  การฝึกการลดทิฏฐิมานะ
คือ การฝึกตนเองให้เข้าใจคนอื่น ฝึกตนเองให้มีเมตตา ฝึกตนเองให้มีความอดทน และฝึกตนให้รู้จักความสะอาด รู้จักรับผิดชอบของที่ต้องใช้ร่วมกัน รับผิดชอบความรู้สึกของคนอื่นๆด้วย แต่นิสัยหนึ่งของเขาที่เห็นชัด คือ การยกตนขึ้นเหนือคนอื่น และเห็นคนอื่นต่ำต้อยกว่าตน มีความรู้เท่าใดก็เขียนเท่านั้น แต่ความคิดลึกๆไม่ได้ เพราะปฏิบัติธรรมไม่ได้ดีเท่าที่ควร

ท่านที่สงสัยว่าวัดพระธรรมกายมีดีอย่างไร
ทำไมคนจึงยังศรัทธาหลวงพ่อธัมมชโยอย่างเหนียวแน่น
เป็นเรื่องจริงที่นักข่าวอยากรู้ อ่านได้ที่นี่...
http://www.lifeandlist.net/why_dhammakaya_temple/

Tuesday, April 19, 2016

พระธัมมชโย โดนเล่นงานเพราะเมตตาคนไม่ยอมล้างส้วม ตอนที่ 1



บทฝึกการล้างห้องน้ำของวัดพระธรรมกาย
ธรรมดาการฝึกอบรมคนของวัดพระธรรมกาย
ใครจะเป็นใหญ่มาจากไหน ก็ไม่ได้บวช 
ถ้าไม่ผ่านบทฝึก คือ การล้างขัดโถส้วมให้สะอาดเอี่ยม
โดยต้องสวมถุงมือเอาฟองน้ำล้วง
เข้าไปถูคอห่านด้านในให้เกลี้ยงจากคราบสกปรก

แต่กลับมีบางท่านที่ไม่ผ่านบทฝึกนี้ เป็นผู้มีภูมิปัญญาเป็นเลิศทางการศึกษา​
จึงได้รับความเมตตาจากครูบาอาจารย์ อนุญาตให้บวชเป็นพระภิกษุ
และส่งเสริมให้ไปเล่าเรียนในต่างประเทศ

ต่อมาภายหลังเป็นผู้ทำลายชื่อเสียงของวัดพระธรรมกาย
จนย่ำแย่ หาทางแก้ไขกลับคืนได้ยาก
รวมถึงสะเทือนต่อความเชื่อมั่นในความศรัทธาหลวงพ่อธัมมชโย
และคำว่า "ธรรมกาย" ที่มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก
และคัมภีร์พุทธที่กระจายอยู่ทั่วโลก
ว่ามีความหมายถึง "กายแห่งการตรัสรู้ธรรม" จริงหรือไม่

เป็นห่วงคนวัดพระธรรมกายที่ได้อ่านเรื่องนี้ เพราะท่านเป็นผู้มีใจสงบ ชอบนั่งนิ่งๆ ทำใจใสๆ อ่านแล้วจะร้อนใจ อยากรู้ว่าใครเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
เดี๋ยวจะพากันออกหาคนเล่าเรื่อง ตอนนี้ท่านก็อายุมากแล้ว
อีกทั้งจะตบะแตกไปตามหาตัวคนไม่ชอบล้างส้วมทั้งหลาย
ที่ต้องสงสัยว่าทำให้วัดเดือดร้อน แล้วจะวุ่นวายไปกันใหญ่

ขอให้เรื่องสงบๆ อยู่ในนี้ก็เป็นที่สบายใจ จะเป็นคนวัดหรือไม่วัดนี้ก็ตามที ถ้าให้ดีก็หันมาศึกษาเกี่ยวกับคำว่า "ธรรมกาย" และการปฏิบัติให้เข้าถึงได้จะเป็นการดียิ่ง ไม่ว่าจากตำราในประเทศใดก็ตาม 

ที่แน่ๆ บทฝึกการอบรมธรรมทายาท หลักสูตรของวัดพระธรรมกายจะต้องเข้มงวดกวดขัน เรื่องการล้างส้วมขึ้นมาโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป ใครที่คิดเป็นสายสืบมาเจาะเรื่องราววัดนี้ เตรียมตัวเตรียมใจมาล้างส้วมไว้ให้ดี ท่านจะต้องสวมถุงมือยางล้วงเข้าไปล้างให้เกลี้ยงคอห่าน เป็นเทพบุตรแห่งความสะอาดในห้องสุขาของทุกคน 

บทความนี้เขียนเพื่อให้ท่านอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าวัดนี้จะได้รู้เขา รู้เรา รู้เท่าทัน ว่าคนที่ศรัทธาวัดนี้แบบปักใจ อยู่มานานนม เขารู้เรื่องอะไรบ้าง ทำไมถึงศรัทธา ทั้งหลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อทัตตชีโว และคุณยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ได้นานกว่า 50 ปี ทั้งที่สื่อกระหน่ำโจมตี พยายามยัดเยียดความคิดให้คนรู้สึกไม่ดีกับวัดนี้มาเป็นสิบๆ ปี

แอบไปได้ยินนิทานสอนใจที่ผู้ใหญ่เล่าใหัเด็กฟัง


เรื่องนี้ต่อไปนี้เป็นนิทานเปรียบเปรยเกี่ยวกับคนไม่ชอบล้างส้วมที่ภายหลังทำให้ชื่อเสียงวัดพระธรรมกายกับหลวงพ่อธัมมชโย ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบ้านทั่วเมือง ทั้งในและต่างประเทศ

สมัยพุทธกาล เราจะได้ยินว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเล่าบุพกรรมในอดีตที่พระเทวทัตเคยทำไว้ พระไตรปิฎกก็บันทึกการกระทำในชาติปัจจุบันของพระเทวทัตไว้ ไม่ใช่เพื่อให้ร้ายนินทา แต่เพราะท่านต้องการสอนใจคนให้รู้จักผิดชอบชั่วดี นักวิชาการบางท่านทั้งในไทยหรือในต่างประเทศ อ่านธรรมะไปถึงเรื่องอดีตชาติ เช่น ชาดก ก็พากันคิดว่าเป็นนิทาน ไม่ใช่เรื่องจริง เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน ไม่ได้จงเกลียดจงชัง ไม่อยากเอาเรื่องใครมาคิดให้หนักใจ แต่เรียนรู้ไว้เพื่อเป็นการสอนตัวเองที่ยังมีข้อบกพร่องอยู่ คิดเสียว่าเป็นนิทานก็แล้วกัน 

ผู้เขียนเชื่อว่า หลายคนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดที่เขียนมา แม้แต่คนที่ได้พบเห็นคุณยายจันทร์ มาตั้งแต่สมัยยังไม่มาสร้างวัดพระธรรมกาย หรือคนที่เห็นหลวงพ่อธัมมชโย ตั้งแต่สมัยเรียน ยังไม่บวช ก็มีช่วงเวลาที่ห่างหายไปจากท่าน ห่างไปจากวัด ทำให้เรื่องราวในอดีต เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย ที่มีคุณค่าเหล่านี้ไม่ปะติดปะต่อ ต้องหาฟังจากหลายๆ คนช่วยกันเหมือนจิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจาย ซึ่งผู้เขียนจะช่วยไปสัมภาษณ์และนำมาเรียบเรียงให้อ่านกัน

ย้อนไปราว 50 ปีที่แล้ว ผู้ใหญ่ท่านนี้เห็นหลวงพ่อธัมมชโยตั้งแต่สมัยท่านเป็นนักเรียนเกษตรศาสตร์ ยังไม่ได้บวช ท่านมีอายุน้อยกว่าหลวงพ่อธัมมชโยไม่กี่ปี ได้พบคุณยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ตั้งแต่สมัยอยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ ใกล้ๆ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ก่อนที่จะเร่ิมสร้างวัดพระธรรมกาย


การล้างส้วมเป็นงานของคนใจสูง


ผู้เขียนอยู่เมืองนอกมานาน เดินทางไปมากมายหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว เวลาไปที่ไหนๆ เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ ตามปั้มน้ำมัน เห็นส้วมสะอาดๆ แล้วใช้ได้อย่างสบายใจ พื้นส้วมไม่เปียกปอน ด้วยการใช้ขันน้ำและสายยางฉีดก้นแบบบ้านเรา

อีกทั้งคนที่ทำงานทำความสะอาดในประเทศยุโรป ไม่ถูกดูแคลนว่าทำงานต่ำ เขามีสิทธิ์นั่งทานข้าวร่วมกับคนในอาชีพอื่นๆ ได้อย่างสมเกียรติ เพราะที่นั่น ไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามกันเรื่องอาชีพการงาน หรือไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ซึ่งเป็นเครื่องบ่งบอกที่สติปัญญาที่รู้จักคุณค่าของชีวิตและความดีของมนุษย์ทุกคน แถมคนไทยทำงานทำความสะอาดหลายคนมีรายได้เป็นหลักล้านบาทต่อปี ซื้อบ้านให้พ่อแม่ที่เมืองไทยอยู่ได้สบายๆ เลยนะ ไม่ต้องโกงใครเหมือนบางคนที่ใส่สูทผูกไทค์นั่งหัวโต๊ะประชุมเสียด้วย

กลับมาเล่าถึงเรื่องในอดีตที่บ้านธรรมประสิทธิ์ เวลาคุณยายนำนั่งสมาธิให้คนอื่นในช่วงเร่ิมต้น พอทุกคนนั่งนิ่งดีแล้ว คุณยายก็จะหลีกไปดูแลทำความสะอาดและเช็ดพื้นห้องน้ำ เพราะ กลัวคนอื่นเขาจะลื่นล้ม นี่เป็นสิ่งที่คุณยายพยายามปลูกฝังเรื่องคุณธรรมของผู้นำ คือ ความรักสะอาดนี้ ให้กับลูกศิษย์ลูกหาอยู่เสมอ จนกระทั่งวัดพระธรรมกายเป็นวัดที่มีชื่อเสียงเรื่องความสะอาด แม้มีคนมางานบุญเป็นหลักแสนคน แต่ถ้าจะมีผิดพลาดบ้าง ก็คงเป็นเรื่องของคนใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้เรียนรู้

คลิ๊ก! กดดูที่นี่เพื่ออ่านต่อตอนที่ 2

ท่านที่สงสัยว่าวัดพระธรรมกายมีดีอย่างไร
ทำไมคนจึงยังศรัทธาหลวงพ่อธัมมชโยอย่างเหนียวแน่น
เป็นเรื่องจริงที่นักข่าวอยากรู้ อ่านได้ที่นี่...
http://www.lifeandlist.net/why_dhammakaya_temple/

Wednesday, April 13, 2016

คุณยายจันทร์ ผู้เขย่าวงการพุทธศาสนาไทย


คุณยายผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย

คุณยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง 
ควรได้รับการยกย่องเป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพล
แห่งวงการพุทธศาสนาอันดับหนึ่งของประเทศไทย
ในวันจุดไฟแก้วสลายร่าง หรือวันฌาปนกิจสรีระของท่านที่วัดพระธรรมกาย
วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 
ผืนแผ่นดินสะท้านสะเทือนด้วยเสียงสวดมาติกาของภิกษุ
ระดับพระสังฆาธิการจำนวนเรือนแสนจากวัดทั่วประเทศ 
อย่างที่ไม่เคยมีแม่ชีท่านใดได้รับความเมตตาอันสูงส่ง
จากคณะพระภิกษุสงฆ์ถึงเพียงนี้มาก่อน

สานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เอ่ยถึงท่านโดยเรียกเพียงสั้นๆ ว่า “คุณยาย"
แต่จะกล่าวถึงด้วยความยกย่องอย่างสูงสุดว่า
คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง 
เพราะท่านเป็นผู้มีใจเป็นหนึ่งกับพระรัตนตรัย
เช่นกับผลงาน คือ วัดพระธรรมกายที่ท่านสร้างมากับมือตั้งแต่เริ่มต้น 

ภาพคุณยายขณะปฏิบัติธรรม

เมื่อสอบถามจากบุคคลที่ได้ใกล้ชิดท่าน 
ตั้งแต่ก่อนเริ่มสร้างวัดพระธรรมกาย 
ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า 
ท่านเป็นบุคคลที่พูดน้อย ใช้ชีวิตเรียบง่าย เสียสละ อดทน รักสะอาด
เข้าถึงแล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้ใกล้ชิดคุณยายแท้ๆ ของตนเอง
มีคำแนะนำที่ช่วยแก้ปัญหาชีวิตแต่ละคนได้อย่างตรงจุด

เชื่อไหมว่าหลายคนก็ไม่กล้าเข้าใกล้ท่าน เพราะ สาเหตุต่างกัน
เช่น กลัวท่านจะรู้วาระจิต อ่านใจ รู้พฤติกรรมที่เคยทำมา
หรือไม่ก็กลัวว่าจะไปทำอะไรให้กระทบต่อ
ความละเอียดของธรรมะภายในใจของท่าน
เกรงว่าจะเป็นบาป 

เขาลือเขาเล่าว่า...ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมกาย
ท่านช่วยพ่อที่ละจากโลกแล้วไปตกนรกอบายภูมิ ให้กลับขึ้นเป็นเทวดาในสวรรค์ได้...
ท่านปัดลูกระเบิดช่วยปกป้องบ้านเมืองได้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง...
สถานที่อื่นๆ โดนระเบิดเสียหายมากมาย แต่ใครมาอยู่บริเวณวัดปากน้ำปลอดภัยทุกคน
เพราะเหตุนี้ ผู้คนในย่านนั้นจึงมีความศรัทธาพระมงคลเทพมุนี
และแม่ชีที่ทำวิชชา ซึ่งเป็นผู้ทรงศีลที่ปฏิบัติสมาธิและวิปัสสนาได้เชี่ยวชาญมาก
รวมถึงคุณยายแท้ๆ ของข้าพเจ้าด้วยที่ศรัทธาในบารมีพระมงคลเทพมุนี หรือ
หลวงปู่สด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ อย่างเกินจะเปรียบ
ซึ่งบ้านเราห่างวัดปากน้ำเพียง 15 นาทีรถยนต์เท่านั้น
สิ่งเหล่านี้จริงไม่จริงแล้วแต่ใครจะเชื่อมั่นศรัทธา
แต่ผลงานเป็นเครื่องบ่งบอกความเป็นตัวท่าน

จากประสบการณ์ชีวิตที่ได้พบพาน 
ชีวิตแม่ชีที่จะได้ความยอมรับ แม้เพียงลำพังการเลี้ยงชีพไปวันต่อวันมิใช่ง่าย
ต่อให้เป็นวันเวลาที่มีสุขภาพแข็งแรงดี ยิ่งถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาแล้ว
บางที่ถึงกับไม่สามารถรับดูแลได้เลยทีเดียว 
จะมีผู้ใดให้ความเคารพนับถือในระดับที่สร้างวัดได้เองสักแห่งหนึ่งเป็นเรื่องยากแสนยาก
จะกล่าวไปไยกับการเป็นผู้ให้กำเนิดวัดที่มีขนาดใหญ่มหึมาอย่างวัดพระธรรมกาย
ที่เริ่มต้นสถาปนาก็มีอาณาบริเวณกว่า 196 ไร่ 
จนปัจจุบันมีพื้นที่กว่า 2,000 ไร่
มีพระภิกษุและสามเณร อยู่ประจำมากกว่า 3,000 รูป
จัดงานบวชพระภิกษุสามเณรมาแล้วนับแสนรูป
จะไม่ให้สะท้านสะเทือนวงการพุทธไทยได้อย่างไร


คำสอนของคุณยาย

คนในโลกนี้นับวันก็ยิ่งไกลห่างจากความเป็นตัวท่าน
เพราะท่านใส่ชุดสีขาวเรียบง่ายมาตลอดชีวิตตั้งแต่อายุ 29 ปี (พ.ศ. 2481) 
ท่านมีปกติรักในเพศพรหมจรรย์ 
แต่ไหนแต่ไรมาเรื่องความรักอย่างสาวหนุ่มนั้น
ท่านไม่มีหลงเหลือในใจแม้แต่น้อยนิด
ไม่ได้เสเสร้งแกล้งทำเพื่อเรียกศรัทธา 
ไม่มีผู้ใดกล่าวถึงท่านเป็นอย่างอื่น
ท่านพูดอย่างไร สอนอย่างไร ท่านก็เป็นอย่างนั้น 

ท่านใช้อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ตามมีตามได้
ไม่มีทรงผม ไม่มีแฟชั่น ไม่มีน้ำหอม
ไม่สนใจไยดีในสิ่งที่ท่านเรียกว่า
มีแต่ความรักสะอาดเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สง่างามที่สุด 
ท่านส่งเสริมความรักสะอาด ทั้งกาย วาจาและใจ

ที่ขาดไม่ได้ คือ ความงดงามของคำสั่งสอนที่ฟังเข้าใจง่าย
คลายทุกข์กังวลได้เร็ว นำมาซึ่งผลการปฏิบัติธรรมที่ดี
ทำให้ผู้มีปัญญาทุกระดับเกิดความยอมรับในตัวท่านได้
แม้ผู้มาทีหลัง ไม่เคยได้พบเห็นตัวจริงของท่านเลยก็ตาม 
ที่น่าแปลกใจในความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง
คือ ท่านอ่านไม่ออก เขียนภาษาไทยก็ไม่ได้ เป็นไปได้อย่างไร

คุณยายยืนยันว่าสิ่งที่ทำให้ท่านปกครองหมู่คณะระดับนี้ได้ คือ "ท่านดูคนออก”
ในชีวิตผู้เขียนเห็นหลายคนก็อวดอ้างเช่นนี้ แต่ไม่เห็นทำได้ดีเท่าคุณยาย 
หรือจะมีก็คงเป็นในทางอื่น ที่ไม่ใช่การสร้างและบริหารวัดขนาดใหญ่
ที่มีจำนวนผู้เสียสละอุทิศตนเป็นอาสาสมัครเพื่องานสอนศีลธรรมมากถึงเพียงนี้
เวลาจัดงานบุญวันสำคัญมีคนมาเป็นหลักหมื่น หลักแสน เป็นเรื่องปกติ 
ถ้าคนมาหลักร้อยคงจะต้องประกาศภาวะวิกฤติ ซึ่งที่เห็นมาก็ไม่เคยเกิดขึ้น

แม้ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง เช่นเหตุการณ์ปี 2559 
ผู้คนยังคงศรัทธาพร้อมใจสร้างบุญเพื่อยกย่องสรรเสริญคุณท่าน
ประดุจท่านยังแข็งแรงมีชีวิต นั่งกายตรง
กลั่นกายวาจาใจให้สะอาดบริสุทธิ์ตลอดกาลยาวนาน
ซึ่งจะต้องสำเร็จอีกเช่นเคยด้วยกำลังแรงศรัทธาของมหาชน 
ที่จะมาร่วมงานบุญในวันที่ 22 เมษายน 2559
วันคล้ายวันเกิดครบ 72 ปี พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) 
ซึ่งจะมีเจ้าคณะพระสังฆาธิการจาก 30,000 วัดทั่วประเทศ
รวมถึงพระภิกษุจาก 323 วัดจาก 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินทางมาเป็นเนื้อนาบุญ


บทความโดย PJK_BEST
วันพุธที่ 13 เมษายน 2559


ท่านที่สงสัยว่าวัดพระธรรมกายมีดีอย่างไร
ทำไมคนจึงยังศรัทธาหลวงพ่อธัมมชโยอย่างเหนียวแน่น
เป็นเรื่องจริงที่นักข่าวอยากรู้ อ่านได้ที่นี่...


ติดตามอ่านวิธีเขียนบทความ SEO